วันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่ 3

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2554

วันนี้อาจารย์เข้ามาก็ได้พูดก่อนเลย เรื่องบายศรีสู่ขวัญน้อง แล้วอาจารย์ก็เช็คชื่อ แล้วยังบอกให้นักศึกษาไปดูว่าสัปดาห์ตรงกับวันที่เท่่าไหร่ เพราะเราจะต้องไปดูเพื่อที่จะได้เอาความรู้ไปใช้กับเด็ก และอาจารย์ได้ตรวจการแต่งกาย
ในวันนี้อาจารย์ให้ออกไปนำเสนองานในแต่ละกลุ่ม แต่พอออกไปพูดกันได้แค่หัวข้ออาจารย์ก็ให้เข้ามากัน ทุกคนต่างไม่เข้าใจในสิ่งที่อาจารย์สั่งให้ทำ แต่ก็มีเพื่อนอีกกลุ่มที่อาจารย์ยังยอมให้นำเสนอต่อ โดยที่เพื่อนกลุ่มนี้ได้มีการนำเสนอที่แตกต่างไปจากกลุ่มอื่น เพื่อนให้นับ 1 2 3 เพื่อที่จะจับหากลุ่ม ให้นั่งเป็นกลุ่มตามเลขที่นับ นั่งรอเพื่อนนานมาก กว่าเพื่อนจะแจกสี เอาซะนั่งแก๋วเลย พอแจกสีให้แต่ละกลุ่มแล้ว กลุ่มเลขที่ 1 ให้พิมพ์ืสี กลุ่มเลขที่ 2 เป่าสี กลุ่มเลขที่ 3 พับสี ทุกลงมือทำผลงานของตนเอง แย่ๆ เลยทำไงดี กลุ่มดิฉันประสบปัญหาเป่าสีแล้วไม่เป็นลูก มันแตกก่อน แถมฟองเยอะไปหน่อย พอทุกคนทำผลงานเสร็จก็ให้ส่งตัวแทนออกมานำเสนอชิ้นงานของตัวเอง แล้วให้เพื่อนพูดถึงการจัดกิจกรรมให้ แล้วให้ประเมินว่าการจัดกิจกรรมแต่อย่างไร มีข้อเสนอแนะว่าการจัดกิจกรรมนี้ยังมีส่วนที่ขาดคือ ว่าสีบางสีก็จางไป บางสีก็เข้ม ควรทีจะมีการทดลองกันก่อน อาจารย์ได้พูดว่าในการจัดในครั้งนี้เราสามารถนำมาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ได้ อย่างการเป่า ถ้าเรามีการได้ทดลองจากการเป่า จากการสังเกต ว่าอาจจะมีหลอดให้หลายๆขนาด ทำให้เด็กสังเกตว่า หลอดนี้เป่าได้ เป่าไม่ได้ เด็กจะเกิดการสังเกต เด็กจะได้ทักษะจากการสังเกต แล้วทำแล้วเราได้อะไร เราไม่ได้จูนเข้ากับวิทยาศาสตร์ ดูเหมือนว่าจะเป็นออกศิลปะ แต่อย่างไรในการทำงานศิลปะจะต้องเตรียมอุปกรณ์ให้เหมาะสม พยายามให้มีสื่อที่หลากหลาย เราจะต้องคำนึงว่่าวิทยาศาสตร์อย่างนี้จะต้องสะท้อนออกมาในแนววิทยาศาสตร์ อย่างไร ดังนั้นหัวใจของงานนี้คือวิทยาศาสตร์ และอยู่ที่ผู้สอน
และอีกกลุ่มนี้ได้ให้เพื่อนออกมานั่งเป็นกลุ่ม แล้วให้แต่ละกลุ่มทำกังหัน แต่พอทำออกมาแล้วกังหันดันไม่หมุน อาจารย์ได้ให้ข้อเสนอไว้ว่า ที่จริงกลุ่มนี้มีการนำเสนอที่ถูกแล้ว วิทยาศาสตร์ไม่ใช่สิ่งที่มาแปะ เพราะถ้าแปะเราจะไม่ได้คิดทดลอง มันก็จะไม่ใช่วิทยาศาสตร์ เพราะจะนำไปสู่การแก้ปัญหาจะนำไปสู่การค้นพบ แล้วนำไปสู่การทดลอง แล้วก็สรุป เรื่องวิทยาศาสตร์ไม่ได้เกิดมาสำเร็จรูป เด็กมีประสบการณ์แล้วนำไปสู่การแก้ปัญหา และในวิธีการแบ่งกลุ่มนี้เราสามารถร้องเพลงได้เลย อยู่ที่กระบวนการทำงานของคุณ อาจารย์ยังได้พูดว่าในเวลาที่คุณจะนำเสนอในประเดนของคุณดูมีสีสัน มันมีหลายวิธี เช่นการนำเสนอมีการตลบหลังคนทำ และกลุ่มที่ยังไม่ได้นำเสนอให้นำมาเสนอใหม่ ควรทำให้มีขั้นตอนที่ดีขึ้นกว่านี้
1 อาทิตย์หน้ากลุ่มที่นำเสนอขอแบบให้ดูดีมีสีสัน
2 ให้เตรียมกิจกรรมการทดลองวิทยาศาสตร์ กลุ่มละ 1 อย่าง

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่ 2

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2554

วันนี้เข้าเรียนเกือบไม่ทัน แต่ดีนะที่มาทันเวลา เข้ามาก็เห็นเพื่อนๆนั่งคุยกันเสียงดังลั่นเลย ช่างดูน่าวุ่นวายจริงๆ แต่พออาจารย์เข้ามาทุกคนก็ลดเสียงลงแล้วดูว่าจะตั้งใจเรียน อาจารย์ก็ได้ทักทายพูดคุยกับนักศึกษา แล้วอาจารย์บอกว่าวันนี้จะมีเพลงมาให้ฟังกัน ดิฉันก็คิดเลยว่าจะเป็นเหมือนเทอมก่อนอะป่าว แต่ผิดคาดเลย มันเป็นเพลงที่มีชื่อว่า ไอน้ำ พออาจารย์เปิดเพลงให้ฟัง ทุกคนก็เงียบ แต่ก็มีอยู่บางคนที่ยังคุยกันอยู่เลยทำให้คนหลังห้องไม่ค่อยได้ยิน แต่ก็พอจับใจความได้นิดหน่อย แป๊ปเดียวเพลงก็จบ ฟังยังไม่ค่อยถนัดเลย เพื่อนๆก็เลยขอให้อาจารย์เปิดให้ฟังอีกรอบ อาจารย์คะ ขออีกรอบคะ พอฟังจบเพลง อาจารย์ก็ถามว่าฟังแล้ว ได้รู้อะไรบ้าง ทุกคนช่วยกันตอบ ไอน้ำ - ดวงอาทิตย์ - ไอน้ำลอยเป็นละอองไอน้ำ
ดังนั้นการที่ดวงอาทิตย์ส่องแสงลงไปในน้ำ ทำให้น้ำละเหยลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นไิอน้ำ เพราะฉนั้นมันเป็นความจริง เราเรียกว่า วัฏจักร ซึ่งวัฏจักรกลายเป็นความร้อน แล้วกลายเป็นไอน้ำ จากเหตุการณ์สรุปเป็นข้อความรู้ได้ว่า จากที่ต่ำสู่ที่สูง อืมแล้วมีอะไรอีกนะ ก็มีเพื่อนตอบกลับไปว่า ยังมีความร้อนกลายเป็นไอน้ำได้ แสดงว่าน้ำมีการเปลี่ยนสถานะ สถานะเลยกลายเป็นไอ ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติ และกระบวนการก็เช่นกันโดยมีพระอาทิตย์ทำให้เกิดเป็นอย่างนี้
วิทยาศาสตร์ สิ่งที่อยู่รอบตัวเกิดการเปลี่ยนแปลง ฉนั้นผลกระทบต่่างๆก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลง อย่างหัวหิน อาจารย์ก็ให้ดูรูปที่หัวหิน ว่าหินก็มีการเปลี่ยนแปลงไปกับการเวลา พอพูดคำนี้ขึ้นมาก็ทำให้เพื่อนๆในห้องพร้อมด้วยดิฉันก็เฮฮาเลย แล้วอาจารย์ก็ว่าเรากลับมาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ทุกคนก็เลยเงียบแล้วตั้งใจฟัง ว่ามีการเปลี่ยนแปลงและมีการพิสูจน์ได้ และคุณลักษณะยังเปลี่ยนแปลงและการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลกระทบต่อการดำรงชีวิต ( สรุป 1. ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 2. มีผลต่อการดำรงชีวิต 3. ทำให้เห็นถึงคุณสมบัติของแสง )
แล้วเราจะนำเพลงนี้ไปจัดการเรียนการสอนได้อย่างไร เป็นคำถามที่หน้าสนใจเนอะ เราเปลี่ยนเพลงนี้เป็นสื่อได้นี่ ในเพลงนี้เราสามารถนำเอาเนื้อหามาสร้างเป็นหน่วยในการสอนได้สร้างเป็นจังหวะ แล้วนำเพลงนี้เราจะนำไปสู่ขั้นนำเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ --> แล้วตั้งสมมุติฐาน --> ทดลอง --> จดบันทึก -->สรุป จากข้อที่คนพบนี้จะนำมาเกียวกับวิทยาศาสตร์ แหมกำลงจดเพลินๆเลย อาจารย์ก็มาแซวเราซะงั้น เอาเราเอ๋อไปเลย แล้วเพื่อนในกลุ่มดิฉันก็ขำกันใหญ่ เราก็พึ่งเข้าใจทีหลังว่าอาจารย์แซวเราเล่น อาจารย์ว่าเห็นในห้องดูเงียบๆ เลยทำให้มีเสียงฮาขึ้น แล้วอาจารย์ก็ได้ย้อนไปถึงความหมายวิทยาศาสตร์
แล้วอาจารย์ก็สั่งให้ไปโพส ความหมาย วิทยาศาสตร์มาคนละอย่าง หรือไปลิงค์มาใส่ใน Bolg เวลาโพสนี้ต้องสรุปลงไป มีการอ้างอิงลงไป แล้วให้หา ความสำคัญ ของวิทยาศาสตร์
การบ้าน
- ความหมายวิทยาศาสตร์
- ความสำคัญของวิทยาศาสตร์
- ทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา

งานกลุ่ม
กลุ่มที่ 1 - จิตวิทยาการเรียนรู้
กลุ่มที่ 2 - แนวคิดนักการศึกษา
กลุ่มที่ 3 - หลักการจัดประสบการณ์ทาง วิทยาศาสตร์
กลุ่มที่ 4 - กิจกรรมวิทยาศาสตร์
กลุ่มที่ 5 -ของเล่นที่สามารถประดิษฐ์ได้
กลุ่มที่ 6 - หาตัวอย่างสื่อวิทยาศาสตร์








วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2554

บันทึกการเข้าเรียนครั้งที่ 1

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน 2554

วันนี้เป็นวันแรกที่เรียนวิชานี้ เป็นวันที่น่าง่วงนอนมาก เข้าห้องเรียนมาเห็นเพื่่อนๆนั่งรออาจารย์กัน และแล้วอาจารย์ก้อเข้ามา มีการพูดคุยกันขำๆ เป็นการทักทาย และอาจารย์ก็ได้ถามว่า เวลาเด็กเสียงดังจะต้องทำยังไง เพื่อนๆตอบว่า เราจะต้องร้องเพลง แล้วอาจารย์ก็ถามอีกว่าตอนเช้าตื่นนอนเราจะต้องกินอะไร เพื่อนๆก็ตอบหลากหลายอย่าง และอาจารย์ได้พูดขึ้นว่า สังเกตเป็นทักษะ เป็นวิธีการ แต่ครูว่าเป็นการจับต้องได้ หรือมองเห็น เพราะเรากำลังจะบอกว่าสิ่งที่อยู่รอบตัวของเรามันมีผลกระทบกับเราไหม เพื่อนว่า มี เพราะว่ามันพิสูจน์ได้ และในความเดิมของเรา เราก็รู้จักวิทยาศาสตร์ และเป็นสิ่งที่น่าค้นหา จากที่อาจารย์ได้พูดมานั้นอาจารย์ยังสรุปได้ว่า วิทยาศาสตร์เกิดจากการสังเกตบ้าง สิ่งที่จับต้องได้ ทั้งหมดทั้งมวลมันคือกระบวนการต่างๆ และอาจารย์ยังได้พูดว่า คำว่าประสบการณ์คุณนึกถึง (สิ่งที่ผ่านมา สิ่งที่เคยมีโอกาส ) แล้วการมีโอกาส คือ การได้กระทำ การกระทำนั้นได้จาก การอ่าน อย่าง ตาดู หูฟัง ลิ้นชิมรส กายสัมผัส --> เป็นประสาทสัมผัสในการเก็บข้อมูล --> เป็นเครื่องมือในการต่างๆ แล้วประสบการณ์จะนำไปสู่อะไร อืม... เพื่อนๆ หลายคนคิดกันใหญ่ ในที่สุดก็มีเสียงนึงตอบมาว่า นำไปสู่การเรียนรู้ นั่นแหละพอพูดจบอาจารย์ก็ได้พูดว่า แน่ใจหรอ แล้วยังพูดต่อว่า แต่ประสบการณ์อาจจะเกิดการเรียนรู้ ดังนั้นเราจะต้องจัดประสบการณ์ให้เด็ก เด็กจะเกิดการเรียนรู้และรับรู้ แล้วการเรียนรู้สำคัญยังไง เพื่อให้เกิดประโยชน์ยังไง นั่นสิ คิดหนักกันเลย เพื่อนก็ตอบว่า เพื่อความอยู่รอด อาจารย์ก็พูดเลยว่า ใช่แล้ว นั่นแหละ เพราะฉนั้นสิ่งหนึ่งเราจะต้องพัฒนาการเรียนรู้ เพื่อให้เราอยู่รอดต่อไป
หลังจากนี้ก็มาพูดกันถึงคำ การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย ในคำนี้เราคุ้นกับคำว่าอะไรบ้าง ทุกคนก็ตอบออกไปพร้อมกันว่า สำหรับเด็กปฐมวัย โดยที่ไม่ได้นัดกันมาก่อน อาจารย์บอกเลยว่า นั่นก็ใช่ แต่ก็ยังมีอีกหลายส่วนคำที่คุ้นๆ
อย่าง การจัด -> การวางแผน
-> การออกแบบ
วิทยาศาสตร์ - ประสบการณ์ทั้ง 5 -> การรับรู้
-> การเรียนรู้
ทั้งหมดนี้รวมกันก็จะเกิดความรู้ใหม่ ทำให้เกิดการรับรู้และเรียนรู้ที่เกิดจากพฤติกรรม และเรื่องของ ทักษะ - ตั้งสมมุติฐาน เด็กปฐมวัย - พัฒนาการ -> ความต้องการ -> ความสามารถ
- สังเกต - วิธีการเรียนรู้ -> ลงมือปฏิบัติ
- ทดลอง
- บันทึก
- สรุป
ทั้งหมดนี้คือการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
แล้วอาจารย์ยังได้อธิบายแนวการสอนให้ฟัง แล้วให้ไปทำบล็อก ให้ใส่ ชื่อและคำอธิบาย , ปฏิทินแิละนาฬิกา , เชื่อมโยง Blog ผู้สอน/หน่วยงานสนับสนุน , มหาวิทยาลััย , สสวท , พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ , วิจัยด้านวิทยาศาสตร์ (วิจัยในห้องสมุดประสานมิตร) , บทความ , เพลงวิทยาศาสตร์ , เกม , ของเล่นที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และสุดท้าย ท้ายสุดของวันนี้คือ ได้รู้ว่าวิทยาศาสตร์ที่อยู่รอบตัว นั้นเป็นความรู้รอบตัวเรา เราได้ทักษะ ได้แสดงความคิดเห็น และยอมรับฟังในความคิดเห็นของผู้อื่น